เยือนถิ่นจิงโจ้ เที่ยวทั่วเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย

ทริปไปออสเตรเลียเดิมทีไม่ได้มีแพลนในหัวมาก่อน ทั้งๆ ที่มีไกด์บุ๊คอยู่แล้ว ซื้อมาอ่านเมื่อหลายปีก่อน แต่แล้วก็มีเหตุให้หยิบไกด์บุ๊คเล่มนั้นมาอ่านแล้วตัดสินใจว่าคงถึงเวลาที่เราจะเดินทางท่องโลกข้ามทวีปดูเสียบ้าง หลังจากเที่ยวอยู่ในแถบเอเชียเพียงอย่างเดียว หลังจากศึกษากลเม็ด เทคนิคการขอวีซ่าเข้าออสเตรเลียจากอากู๋และพันทิปแล้ว ก็เตรียมเอกสารทุกอย่างไปยื่นที่ VFS ระหว่างรอผลวีซ่าก็มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตโทรมาสอบถามข้อมูลด้านหน้าที่การงาน รอลุ้นวีซ่าจนวันที่ VFS นัดให้ไปรับวีซ่าแล้วเปิดดูก็อยากจะกรี๊ดสลบได้ Multiple Visa มา 1 ปี

ส่วนวางแผนการเดินทางเมื่อมีหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวซิดนีย์ในมือแล้วก็เลยตัดสินใจว่าจะเดินทางไปซิดนีย์ แหม! มีวีซ่าหนึ่งปีไว้ค่อยไปเมลเบิร์นในภายหลังแล้วกัน อีกอย่างก็ไม่อยากลางานไปหลายวันมาก เหมือนเช่นทุกครั้งการบินไทยพาเหินฟ้าจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่สนามบิน Kingford Smith ก่อนหน้าการเดินทางสามสี่สัปดาห์ที่ซิดนีย์กำลังเผชิญกับสถานการณ์ไฟไหม้ป่าอย่างหนักและสภาพอากาศที่แปรปรวน ก็แอบลุ้นตลอดว่าจะไปได้ไหม เช็คสภาพอากาศจาก Yahoo Weather Application ตลอดทุกวัน ติดตามข่าวจากซิดนีย์ตลอด แต่ในที่สุดก็ไปถึงซิดนีย์จนได้

กว่าจะผ่านด่าน ตม.มาได้ก็มีหลายขั้นตอนอยู่พอสมควร ชอบที่สุดตอนหยุดให้น้องหมามาดมข้าวของ (น้องหมาลาบาดอร์) และแล้วก็ผ่าน ตม.มาอย่างฉลุย ลากกระเป๋ามาซื้อตั๋ว Airport Link ไปลงสถานีรถไฟ Central ตลอดการท่องเที่ยวในซิดนีย์พักที่ YHA Sydney Central แต่ด้วยไปถึงก่อนเวลาเช็คอิน (เช็คอินบ่ายโมงตรง) ก็เลยเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ตู้ฝากกระเป๋าก่อน แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าไปลง Town Hall ไปร้าน Dirty Cheap Cameras เพราะสั่งซื้อกระเป๋ากล้องรุ่นใหม่ของ Lowepro เอาไว้ตั้งแต่เมืองไทย

พอได้กระเป๋าใหม่แล้วก็ถือโอกาสใช้เลย เพราะได้ขนอุปกรณ์การถ่ายภาพมาหมดกล้องหนึ่งตัว เลนส์ 3 ตัว ก่อนจะไปเดินเล่นเก็บภาพในย่าน Town Hall แวะกินซูชิที่ใต้อาคาร The Queen Victoria Building ก่อน แล้วก็เดินไปเรื่อยจนถึง ศาลาว่าการนครซิดนีย์ (Sydney City Hall) และมหาวิหารเซนต์แอนดรูว์ อากาศในวันแรกที่ซิดนีย์ท้องฟ้าสดใสมาก อากาศเย็นสบาย ใส่เพียงแจ็คเก็ตตัวนึงก็พอ เหลือบมองนาฬิกาใกล้เวลาบ่ายโมงขอกลับไปเช็คอินที่ YHA ก่อน ตอนเช็คอินทาง YHA จะให้ปลอกหมอนและผ้าปูเตียงมาพร้อมคีย์การ์ดมาด้วย คีย์การ์ดนี่สำคัญมากไม่ว่าจะเข้าห้องนอน ห้องน้ำต้องใช้คีย์การ์ดทุกอย่าง ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สดชื่นหน่อยก็พร้อมเดินทางต่อได้

จากสถานี Central วางแผนจะไป Taronga Zoo โดยนั่งเรือเฟอร์รี่ไปซึ่งต้องไปลงที่ Circular Quay ศูนย์กลางท่าเรือเฟอร์รี่ไปยังสถานที่ต่างๆ ในซิดนีย์ ใช้เวลาเพียง 12 นาทีก็มาถึง Taronga Zoo แต่น่าเสียดายที่มาถึงอีก 2 ชั่วโมงสวนสัตว์ก็จะปิดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าอยากดูโชว์ต่างๆ คงต้องมาใหม่วันรุ่งขึ้นก็เลยตัดสินใจว่าถ้าอย่างนั้นเดินดูรอบๆ แล้วกลับดีกว่า

การเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์สองข้างทางของ Sydney Harbour พอกลับถึงฝั่งก็เดินไปท่าเรืออีกท่านั่งเรือไป Manly Beach 30 นาทีก็มาถึงชายหาดสวยๆ อีกแห่งของซิดนีย์แล้ว ก่อนจะเดินไปดูบรรยากาศริมชายหาดท้องเริ่มหิวแวะซื้อชีสเบอร์เกอร์จากแม็คโดนัลไปด้วยกะว่านั่งชิลล์กินแฮมเบอร์เกอร์ริมหาด กิจกรรมของคนออสซี่ถ้าไม่นอนอาบแดด ก็เล่นเซิร์ฟ เอาล่ะ! นั่งกินเบอร์เกอร์ดีกว่า แหม วิวก็ดีซะขนาดนี้ ระหว่างที่กัดเบอร์เกอร์เป็นคำที่สองก็ต้องตะลึงงันเพราะอยู่ๆ ก็มีเจ้านกบินมาฉกเอาเบอร์เกอร์ไปต่อหน้าต่อตา นั่นมันเบอร์เกอร์ราคา 2 ดอลของฉันเลยนะ ให้ตายเหอะ! แต่ทำไงได้ ฝรั่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็อึ้งไปเหมือนกัน

DSC_0131

ไม่เป็นไรคิดว่าให้ทาน ก็เลยเดินเลียบไปตามทางเดินของชายหาดขึ้นทางลาดชันชมวิว ถ่ายภาพ นั่งพักชมวิวระหว่างทาง คนออสซี่นี่ดูจะชอบกิจกรรม Outdoor เป็นอย่างมาก บ้างก็วิ่งจ็อกกิ้ง พาน้องหมาออกมาเดินบ้าง ดูแล้วชีวิตช่างน่าอภิรมย์เสียนี่กระไร ขากลับเดินผ่านร้านไอติม Ben & Jerry แวะกินติมเสียหน่อย แล้วค่อยเดินไปขึ้นเรือกลับมาเดินเล่นแถวเซอร์คูลาร์คีย์ แน่ล่ะ! มาซิดนีย์แล้วไม่มา Sydney Opera House ก็คงเหมือนมาไม่ถึงซิดนีย์เป็นแน่แท้ ย่านนั้นมีบาร์ร้านอาหารอยู่รายรอบ ฝรั่งนี่ดูชิลล์มากหลังเลิกงานก็มา Hang out กันที่บาร์ ร้านอาหาร ยิ่งตกเย็นคนออสซี่ นักท่องเที่ยวเต็มไปหมด จาก Sydney Opera House สามารถมองเห็น Sydney Harbour Bridge ได้ (มีแซวว่านั่นคือสะพานพุทธ) ถ่ายรูปคู่กับซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์แล้วก็ขอเข้าไปชมข้างในเสียหน่อย ด้านในก็จะมีช่องขายบัตรการแสดง และร้านขายของที่ระลึก ไม่ได้ดูโปรแกรมเหมือนกันว่ามีการแสดงอะไรบ้าง เดินเข้าไปในร้านขายของที่ระลึกได้โปสการ์ดมา 1 ใบ

เดินย้อนกลับไปที่เซอร์คูลาร์คีย์ผ่าน Museum Contemporary Art of Australia กำลังจัดการแสดงผลงานของ YOKO ONO ในชื่อชุด “WAR IS OVER! (IF YOU WANT IT)” ก็ได้แต่เข้าไปดูบรรยากาศภาพในแล้วออกมานั่งชมพระอาทิตย์ตกตอนทุ่มครึ่ง ต้องบอกว่าที่นี่ต่างจากบ้านเรามากอย่าหวังว่าจะเดินห้างหลังเลิกงาน เพราะห้างปิดตั้งแต่หกโมงเย็น เพราะฉะนั้นจงกลับไปพักผ่อนเอาแรงสำหรับการเดินทางวันรุ่งขึ้นดีกว่า

วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเพื่อไปให้ทันรถไฟเที่ยวเช้าสุดเดินทางไปอุทยานแห่งชาติ Blue Mountain จากสถานีรถไฟ Central ไปถึงสถานีปลายทาง Katoomba ใช้เวลา 2 ชั่วโมง อากาศที่บลูเม้าท์เท่นแม้แดดจะแรงแต่ก็หนาว ลมหนาวมาปะทะยิ่งหนาวใหญ่ พอออกจากสถานีรถไฟก็ข้ามมาซื้อตั๋วรถ Trolleybus ไปลงตามสถานที่ท่องเที่ยวจุดต่างๆ อย่าง ECHO POINT เพื่อชม 3 สาวดรุณี Three Sisters และ Scenic World ชมความงามของอุทยานแห่งชาติ Blue Mountain ที่ยังคงมีร่องรอยของเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่

กลับมาซิดนีย์อีกครั้งมาถึงก็เย็นๆ แล้ว กลับมาที่ Circular Quay อีกครั้งนั่งเฟอร์รี่ไปลง Darling Harbour เพื่อไปชมความงามใต้ท้องทะเลที่ Sea Life Sydney Aquarium และเดินชมวิวของดาร์ลิงฮาร์เบอร์ เดินทอดน่องมาเรื่อยๆ จนมาหาอะไรกินที่ย่านไชน่าทาวน์ ตบท้ายด้วยของหวานเป็นไอติม Royal Copenhegen ที่เซอร์คูลาร์คีย์

อากาศในซิดนีย์ค่อนข้างแปรปรวนจริงๆ สองวันฟ้าใส พอมาวันที่สามฟ้าครึ้มฝนตกซะอย่างงั้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค์ที่จะเดินทางไป Bondi Beach จากสถานีรถไฟ Central ไปลงสถานี Bondi Junction นั่งรถเมล์ต่อไปลง Bondi Beach หาดยอดนิยมของชาวซิดนีย์ หนาวๆ แบบนี้ยังจะลงไปเล่นเซิร์ฟ เล่นน้ำทะเลกันแต่เช้า อิจฉาคนซิดนีย์จริงๆ สามสิบนาทีก็มาถึงหาดสวยๆ แล้ว (ไม่ใช่หาดบางแสนนะ เห็นหาดที่นี่แล้วนึกถึงหาดป่าตอง ภูเก็ตบ้านเรา) มื้อเช้าก็เลยจัดไป ณ ร้านกาแฟขนมปังแห่งหนึ่งไม่ไกลจากชายหาด เข็ดจากหาดแมนลีคราวนี้ขอนั่งกินในร้านชมวิวดีกว่า

อิ่มหนำสำราญกับบรรยากาศหาด Bondi และอิ่มท้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถเมล์ย้อนกลับไปที่ Bondi Junction แวะชมห้าง ร้านค้าแถวนั้นสักหน่อย ก่อนที่จะเดินทางไปชมเมืองในย่าน Martin Place ย่านนี้เทียบได้กับสีลม-สาทรบ้านเราเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน ตึกสูงระฟ้าหลายแห่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีสถาปัตยกรรมวิกตอเรียนอยู่อีกฟากฝั่งถนนอย่างเช่นหอสมุดที่เก่าแก่ที่สุด “State Library of New South Wales” หรือจะเป็น Sydney Hospital (บรรยากาศโรงพยาบาลชวนแอบขนลุก) อากาศสบายๆ เดินทอดน่องไปเรื่อยจนถึงสวนสาธารณะใหญ่ของนครซิดนีย์ Hyde Park Sydney ฝรั่งตรงข้ามสวนสาธารณะคือมหาวิหารเซนต์แมรี (St Mary’s Cathedral)

การเดินทางในซิดนีย์สะดวกสบายมากมีทั้งรถไฟฟ้า รถราง โมโนเรล รถเมล์ เรือเฟอร์รี่ ไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หรือถ้าขยันเดินก็สามารถเดินจากย่าน Martin Place ไปตามถนน George Street ก็จะผ่าน Apple Store ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง David Jones, Westfield, Myer และ QVB มาซิดนีย์ไม่ได้จะมาช้อปอยู่แล้วอยากดูสถาปัตยกรรมและบ้านเมืองมากกว่า ก็ได้แต่ช็อคโกแล็ตร้าน Haigh’s Chocolate ติดไม้ติดมือมาเท่านั้นเอง “การเดินทางไปสถานที่ที่แตกต่างจากสิ่งที่เราอยู่ ทำให้เราเรียนรู้ว่าในโลกใบนี้ยังมีสถานที่อีกมากมายรอให้เราได้ค้นหา”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s