แบกเป้ตามใจ เดินทอดน่องเที่ยว NYC & DC

ฝ่าฟันนานาอุปสรรคระหว่างการเดินทางทั้งเจอเครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมงที่สุวรรณภูมิไปจนถึงเครื่องดีเลย์ที่ปักกิ่งเนื่องจากเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ของผู้โดยสารท่านหนึ่งบนเครื่องบิน 20 กว่าชั่วโมงก็เดินทางมาถึง “Big Apple” หรือ “New York” ช่วงเวลาที่เดินทางมาที่นี่เป็นช่วงปลายหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิ ปีนี้นิวยอร์กเจอพายุหิมะถล่มครั้งใหญ่ ทำให้ยังมีหิมะตกหนัก และฤดูหนาวก็ดูเหมือนจะยาวนานเข้าไปอีก ก่อนวันที่เดินทางมาถึงมีหิมะตกลงมาอีก ทำให้ยังเห็นหิมะอยู่เต็มสนามบิน JFK ในนครนิวยอร์ก

chelsea

เจอการตรวจเข้มจากปักกิ่งจนทำเอาเกือบตกเครื่องบิน พอมาเจอที่นิวยอร์กแล้วดูเบาไปเลย เจ้าหน้าที่แค่ถามว่ามาทำอะไรที่นี่และพักที่ไหนแค่นั้นก็ผ่านฉลุย หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อยก็นั่ง Airtrain มาต่อ Subway เข้าเมือง จากสนามบิน JFK มาที่พัก Chelsea International Hostel ก็เกือบ 1 ชั่วโมง ที่พักอยู่ในย่าน Manhattan ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน และแหล่งอาหารการกินบริบูรณ์

อากาศหนาวมาก -4 ได้ พอเข้าที่พักได้ก็จัดแจงเก็บสัมภาระและอาบน้ำ ที่พักเป็น female dorm 4 เตียง ห้องน้ำในตัว วันแรกมึนๆ เล็กน้อย แต่ใจพร้อมสำรวจนิวยอร์ก 2 ชั่วโมงแรกนี่มึนงงกับเส้นทางรถไฟฟ้าเป็นยิ่งนัก จากสถานี 14th street ไม่กี่สถานีก็ถึง Penn Station แวะสำรวจก่อนเพราะต้องมาขึ้น Amtrak ไป Washington จากนั้นก็ไปสำรวจย่านมิดทาวน์ อาคารที่นี่ล้วนแต่สูงระฟ้า แหงนหน้าจนเมื่อยคอ จากสถานีรถไฟฟ้าก็เดินมาเจอ Radio Music City Hall, St. Patrick’s Cathedral แวะร้าน Lego ที่ Rockefeller เดินเล่นย่าน 5th Avenue ชมหนุ่มหล่อสาวสวย

วันที่ 2 ในนิวยอร์กรู้สึกดีขึ้นร่างกายเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ 8 โมงเช้ามากินอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดให้ หลักๆ มีเบเกิลนานาชนิด ผลไม้มีกล้วยกับแอปเปิล ซีเรียล นม กาแฟร้อน อากาศก็สุดจะเย็นยะเยือก -4 อีกแล้วอุณหภูมิสูงสุดตอนกลางวัน 7 องศาเซลเซียส นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงสถานี South Ferry มาเที่ยว Statue of Liberty ดีที่ซื้อตั๋วออนไลน์เรียบร้อยแล้ว แค่โชว์ตั๋วที่ปริ๊นมา ก่อนขึ้นเรือมี Security Check ก่อน ถ้าอยากได้ภาพงามๆ ก็ต้องทนหนาวขึ้นไปชั้นบนสุดของเรือ ลมพัดแรง อากาศก็เย็น มือนี่แข็งไปหมด แต่เพื่อให้ได้ภาพที่งดงามและชมวิวที่สวยงามก็จัดไป ตั๋วที่ซื้อมาในราคา USD 18 ได้แค่เดินรอบๆ ด้านล่างเทพีสันติภาพ ถ่ายภาพกันให้พอใจแล้วไปกันต่อที่ Ellis Island ซึ่งที่นี่มี Ellis Island’s Immigration Museum พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการอพยพของผู้คนจากทั่วสารทิศมายังเกาะแห่งนี้

nyc05

กลับมาที่ฝั่งก็เดินไปที่ย่าน Financial District ย่าน Wall Street แวะชมพิพิธภัณฑ์ National Museum of the American Indian ให้เข้าชมฟรี อากาศดีๆ แบบนี้เดินกันได้อย่างสบายๆ จนมาถึง WTC Site มาชมบริเวณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตึก World Trade Center วันนี้แค่เดินชมบริเวณรอบๆ เพราะว่าจะกลับมาใหม่ในวันอังคารเพื่อเข้าชม 9/11 Memorial Museum ฟรีช่วง 4 โมงเย็น ไม่ไกลกับ WTC Site มีห้าง Century 21 แนะนำสำหรับขาช้อปที่ไม่ใช่ระดับฮาร์ดคอร์ แค่อยากช้อปของแบรนด์เนมในราคาเบาๆ มาที่นี่กันได้

nyc06

มานิวยอร์กแล้วนอกจากจะไปเยือนเทพีสันติภาพก็ต้องไม่พลาดที่จะมาเดินเล่นบนสะพานบรู๊คลิน มีทั้งสิงห์นักปั่นและนักท่องเที่ยวที่มาชมความงามทั้งสองฝั่งของ East River เต็มอิ่มกับบรู๊คลินแล้วก็นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ Grand Central สถานีรถไฟเก่าแก่ ที่นี่มี Apple Store ด้วย ปิดท้ายวันที่สองกันที่ Madison Square Garden

dc01

วันที่ 3 ตื่นตั้งแต่ตี 5 ไปยัง Penn Station เพื่อต่อ Amtrak ไปวอชิงตัน ดี.ซี. จากนิวยอร์กไปถึงดี.ซี. ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงกว่าๆ ภายในรถไฟฟ้ามี WiFi ให้บริการตลอดการเดินทาง ที่นั่งก็สบายมากๆ อากาศที่นี่ก็หนาวไม่แพ้ที่นิวยอร์ก ดี.ซี.เป็นเมืองที่ดูจะออกทางการในความรู้สึก สถานที่แรกที่ไปเที่ยว United States Capitol น่าเสียดายช่วงนี้มีการซ่อมแซม ถ่ายรูปมาไม่สวยเลย ตรงข้ามเป็น Library of Congress เป็นห้องสมุดที่มีความงดงามด้วยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในอย่างมาก มีโอกาสได้เข้าไปชมคอลเลคชั่นของ Thomas Jefferson ที่ใช้สีในการจัดหมวดหมู่หนังสือ

dc02

ความตั้งใจที่อยากจะมาดี.ซี.เพราะอยากมาชม Smithsonian Museums ซึ่งมีอยู่มากมายหลายแห่งด้วยกัน ก่อนที่จะชมพิพิธภัณฑ์กันได้แวะไปที่ Washington Monument เห็นตาม US ซีรี่ย์บ่อยๆ ได้มาเห็นกับตาตัวเองจริงๆ สักครั้ง กลับมากันที่พิพิธภัณฑ์กันด้วยความที่มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งภายใต้ Smithsonian Institution และมีเวลาอยู่ที่นี่เพียงวันเดียว ก็เลยออกจะเป็นชะโงกทัวร์สักหน่อย พิพิธภัณฑ์ที่เข้าไปชมได้แก่ National Musuem of Natural History, National Museum of American History, National Air and Space Museum และ National Portrait Gallery

nyc07

วันที่ 4 ในอเมริกากลับมาที่นิวยอร์ก ตื่นสายหน่อยเมื่อคืนกลับมาจากดี.ซี.ถึงที่พักก็เกือบเที่ยงคืน อากาศยังติดลบอีก ดีขึ้นมานิด -3 โปรแกรมช่วงเช้าไป Central Park อากาศหนาวขนาดนี้ไม่ไหวจริงๆ ใน Central Park หิมะยังกองๆ กันอยู่เลย น้ำก็ยังเป็นน้ำแข็ง ไม่ไหวล่ะ เดินต่อไปไม่ไหวจริงๆ เปลี่ยนแผนไปเที่ยวที่ร่มดีกว่า ก็นั่งรถไฟฟ้ามาที่ New York Public Library ก่อนเลย ก็แอบเนียนไปกับกลุ่มทัวร์ที่กำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ น่าเสียดายห้องอ่านหนังสือไม่สามารถชมได้เนื่องจากเพดานถล่มลงมา ปิดซ่อมแซม 7 เดือน

nyc08

ตอนบ่ายกลับไปที่ 9/11 Memorial Museum ทุกวันอังคารที่นี่จะเปิดให้ชมฟรี ทว่าวันที่ไปมีการขอบริจาคแล้วแต่กำลังศรัทธาเลย ถ้าให้ USD 5 ก็จะได้รีสแบนด์เป็นที่ระลึก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ข้างในนำเสนอเรื่องราวเกิดขึ้นในเหตุการณ์ 9/11 รวมทั้งการจัดแสดงซากปรักหักพังจาก WTC และสิ่งของต่างๆ ของผู้ที่จากไปจากเหตุการณ์นั้น จะว่าไปเดินในพิพิธภัณฑ์นี้ก็อดขนลุกไม่ได้เหมือนกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมานิวยอร์กก็คือการชมละครบรอดเวย์ ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะมาชม The Phantom of the Opera ซึ่งเรื่องนี้เปิดทำการแสดงที่ Majestic Theatre หลังจากชมการแสดงจบก็เดินเล่นย่าน Time Square อีกสักพัก

nyc10

อากาศในวันที่ 5 อุ่นขึ้นมาหน่อยใส่เสื้อ 3 ชั้นกำลังสบาย ตอนเช้าไปเก็บภาพสะพานบรู๊คลินแบบเต็มเฟรมกันที่ Brooklyn Bridge Park เป็นวิวที่ชอบมากที่สุดแล้วในนิวยอร์ก นอกจากจะเห็นสะพานแล้วยังได้เห็นเมืองแบบเต็มเฟรมอีกด้วย จาก Brooklyn Bridge Park ไปกันต่อที่ Roosevelt Island เกาะเล็กๆ ในนครนิวยอร์กริมฝั่ง East River เดินทางมาที่นี่จะนั่งรถไฟฟ้ามาถึงบนเกาะเลยก็ได้ หรือนั่งรถไฟฟ้ามาต่อกระเช้าข้ามแม่น้ำก็ได้ด้วยเช่นกัน บนเกาะเงียบๆ ส่วนใหญ่เป็นคอนโดที่พักอาศัยมากกว่า

nyc11

ช่วงบ่ายฝนตกซะนี่ครึ่งวันบ่ายจึงไปอยู่ใน The MET พิพิธภัณฑ์ใหญ่มากจริงๆ เดินครึ่งวันยังไม่ทั่วเลย เมื่อยขามากๆ เดินชมไปนั่งพักไป จาก The MET แวะช้อปปิ้งกันสักนิดที่ห้าง Macy’s ในห้างประดับประดาด้วยดอกไม้ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง ผู้คนมาหลบฝนกันในห้าง ช้อปกันกระจาย

nyc12

วันสุดท้ายในนิวยอร์กก่อนกลับในเช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าไม่เป็นใจกับกิจกรรมกลางแจ้ง ฝนเทลงมาแต่เช้า อากาศอุ่นขึ้นมากแล้ว 2 ชั้นก็เอาอยู่ ถึงฝนจะตกแต่ก็ไม่หวั่นตอนเช้าเดินไปสวนลอยฟ้า The High Line ที่นำรางรถไฟเก่ามาทำเป็นสวนลอยฟ้า น่าเสียดายช่วงนี้อากาศแห้งมาก ต้นไม้เลยตายหมด จากบนนี้สามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำฮัดสันได้ เดินย้อนกลับมาแวะส่งโปสการ์ดกลับเมืองไทย แล้วก็ไปกันต่อที่ Washington Park, Madison Park และ Flatiron Building

nyc13

ครึ่งวันบ่ายหมดไปกับ MOMA หอศิลป์สุดอลังมี 6 ชั้น เดินชมไปนั่งพักไป ที่พลาดไม่ได้คือมาชมผลงานของ Van Gogh ศิลปินเอกผู้วาดภาพ The Starry Night วันสุดท้ายแล้วก็ถือโอกาสช้อปปิ้งย่าน 5th Avenue ได้ Apple TV ที่ Apple Store

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s