“สังขละบุรี” เมืองเล็กน่ารัก ที่แอบหลงรัก

“สังขละบุรี” เมืองเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางหุบเขาลำเนาไพรในจังหวัดกาญจนบุรี ดินแดนแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวมอญในเมืองไทย ทริปนี้ 2 วัน 1 คืน ออกเดินทางจากบางกอกตั้งแต่เช้าล้อหมุนตอนเจ็ดโมงเช้า ขับรถเข้าเส้นบรมราชชนนีแวะพักจิบกาแฟที่ Starbucks ก่อนจะเดินทางกันต่อไปยังตัวเมืองกาญจนบุรี

05

ถึงตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณสิบโมงครึ่ง แวะทานข้าวกันที่ร้านอาหารเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองกาญ “สบายจิต” ที่นี่ได้ทานติ่มซำสุดเลิศรสและกระเพาะปลาน้ำแดง ราคาไม่แพงด้วย พอท้องอิ่มจุดแรกที่แวะเที่ยวคืออุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตัวปราสาทเป็นศิลปะแบบขอม ภายในมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตา

04

ถัดจากท่องเที่ยวโบราณสถานมาที่ อ.ไทรโยค แวะชมพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับ “ช่องเขาขาด” หรือ “ช่องไฟนรก” (HellfirePass) ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวกับเส้นทางการสร้างรถไฟสายมรณะ ไทย-พม่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงเวลานั้นทหารญี่ปุ่นได้จับเชลยศึกชาติตะวันตกมาเป็นแรงงานสร้างรถไฟสายนี้อย่างโหดร้าย ทารุณ จากพิพิธภัณฑ์เดินลงมาจะยังเห็นร่องรอยไม้หมอนรถไฟ และรางรถไฟที่ยกมาจัดแสดงไว้ตรงบริเวณช่องเขาขาด ประเทศออสเตรเลียได้ให้การสนับสนุนในการสร้างพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งนี้เพื่อรำลึกถึงทหารผู้ถูกจับเป็นเชลยศึกและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณแห่งนี้

03

หลังจากเดินขึ้นและลงเขาเบิร์นแคลอรีไปได้หลายโล คราวนี้ขับรถตรงดิ่งมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางของเรา นั่นคือ “บ้านทอฝัน” ที่พักในค่ำคืนนี้ที่สังขละบุรี ที่พักอยู่ติดถนนใหญ่หาง่าย มาถึงที่พักราวสี่โมงครึ่ง หลังจากจัดแจงเก็บข้าวของ ก็ออกไปทานอาหารเย็นกันที่แพมิตรสัมพันธ์ กินกันไม่พูดไม่จาเพราะหิวมาก ระหว่างรออาหารก็กดชัตเตอร์ถ่ายภาพริมลำน้ำสามประสบ (แม่น้ำสามสาย ได้แก่ ห้วยซองกาเลีย ห้วยบิคลี้ และห้วยรันตี ไหลมาบรรจบกัน) โดยมีฉากหลังเป็นสะพานมอญ

ช่วงค่ำแวะชมตลาดสังขละ บริเวณตลาดมีของกิน เสื้อผ้าแบบสาวมอญและพม่า เครื่องประดับต่างๆ เสื้อยืดที่ระลึกวางขายในตลาด ช่วงนี้ฝนตกเลยไม่มีถนนคนเดิน แวะซื้อเสบียงจากร้าน 7/11 ก่อนจะกลับไปล้มตัวลงนอนที่บ้านทอฝัน

วันรุ่งขึ้นตื่นกันแต่เช้าตรู่ไปทานโจ๊กร้อนๆ สุดอร่อยกันที่ตลาดเช้า แล้วก็ไปชมบรรยากาศยามเช้าที่สะพานมอญ ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า โชคดีที่เช้านี้อากาศสดใส ฝนไม่ตก เดินทอดน่องชมความงามของธรรมชาติ และสัมผัสวิถีชีวิตของชาวมอญ

เราตัดสินใจกันว่าลงเรือไปชม “เมืองบาดาล” หรือวัดวังก์วิเวการามหลังเก่า ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ที่มีชื่อเสียงทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ระหว่างที่นั่งเรือไปนั้นก็ได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของป่าเขาลำเนาไพรของเมืองสังขละบุรี การเดินทางครั้งนี้เรามีเด็กน้อยคอยเป็นไกด์ให้ตลอดการเดินทาง พอขึ้นจากเรือก็แวะช้อปสินค้าพม่าอย่างครีมทานาคา และเสื้อยืดเป็นของที่ระลึกทริปนี้

ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากการเดินทางในครั้งนี้ เมืองไทยยังมีที่เที่ยวงดงามอีกมากมายให้มาเที่ยวชม เมืองสังขละบุรีแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังบริสุทธิ์ไปด้วยวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนที่นี่มีน้ำใจ และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี นึกไปแล้วก็ไม่อยากให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้เติบโตมากกว่านี้เฉกเช่นกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นที่พอบูมมากเข้าความเป็นเมืองเข้ามาแทนที่ และวัฒนธรรมอันดีงามกลับเสื่อมถอย อยากจะถนอมและรักษาเมืองน่ารักแห่งนี้ให้เป็นแบบนี้ตลอดไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s