วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ณ ปางมะผ้า

ปางมะผ้า อำเภอเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางหุบเขาสลับซับซ้อนทางเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ระหว่างอำเภอปาย และอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จุดเริ่มต้นของการเดินทางในครั้งนี้ คือไปขึ้นรถตู้ เชียงใหม่ – ปาย – แม่ฮ่องสอน ที่ขนส่งอาเขต จังหวัดเชียงใหม่ นั่งรถประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงจุดหมาย รถตู้แวะจอดให้ลงที่ Little Eden Guesthouse ซึ่งเป็นที่พักที่จองไว้

Little Eden Guesthouse อยู่ติดกับถนนสายหลัก เกสท์เฮ้าส์เล็กๆ ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ที่จองเอาไว้เป็นกระท่อมหลังน้อยเหมาะสำหรับ 2 คน เก็บสัมภาระเสร็จเดินทอดน่องไปที่ตลาดซึ่งอยู่ห่างจากที่พักไปราว 500 เมตร แวะหาอาหารพื้นเมืองทาน และซื้อน้ำ ขนมตุนไว้ที่พัก ช่วงค่ำๆ จะมีตลาดนัดโต้รุ่งไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้นเลยทีเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้นพากันเดินไปสำรวจตลาดตอนเช้า ปรากฎว่ามีชาวเขาเผ่าต่างๆ พากันขนสินค้ามาขายที่ตลาดเช้า และตลาดนัดโต้รุ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ เช่น สาลี่ดอย ผักสดๆ หัวโตๆ อย่างผักกาด กะหล่ำปลี เป็นต้น พอขายของได้แล้ว พวกเขาก็จะซื้อข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า บ้างคงนำไปใช้เอง บ้างก็นำไปขายให้กับคนบนดอยอีกทอด เดิมชมตลาดกันสักพักแวะซื้อเสบียงอาหารกลางวัน และข้ามฝั่งมาทานอาหารเช้ากันที่ร้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ขายน้ำเต้าหู้ กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ ไข่ลวก

วันนี้เช่ารถมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวถ้ำลอดจาก Little Eden ไปถ้ำลอดป้ายเขียนติดไว้ที่ 8 กิโลเมตร แต่พอขี่รถไปจริงๆ แล้ว สรุปกันว่าเป็น 8 กิโลเมตร (แม้ว) สองข้างทางผ่านชุมชน โรงเรียน ทุ่งนา สูดอากาศสดชื่นเต็มปอด บางช่วงเป็นป่าสองข้างทาง มีคู่ฝรั่งนักท่องเที่ยว หรือชาวบ้าน ขี่มอเตอร์ไซต์สวนมานานๆ ครั้ง เส้นทางลาดยางอย่างดี

การเที่ยวชมถ้ำนั้นต้องมีไกด์นำทาง ซึ่งที่นี่จะมีไกด์ผู้ชำนาญทางคอยให้บริการอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านซึ่งเป็นชาวเขาที่อยู่ในละแวกนั้นผลัดเปลี่ยนกันมาเป็นไกด์ที่นี่ จากที่ทำการฯ ต้องเดินเท้าเข้าไปเพื่อไปปากถ้ำลอด ถ้ำลอดแบ่งออกเป็น 3 ถ้ำใหญ่ด้วยกัน

ถ้ำแรกสามารถเดินเท้าเข้าไปชมได้ ไกด์ที่นำทางชื่อพี่นาก่อ เป็นคนเผ่ามูเซอแดง จุดตะเกียงนำทางเข้าไปชมถ้ำแรก “ถ้ำเสาหิน” ภายในจะมีหินงอกหินย้อยมีลักษณะเป็นเสาหิน ถ้ำที่สองต้องนั่งแพลอดเข้าไปคือ “ถ้ำตุ๊กตา” เพราะข้างในมีหินงอกหินย้อยเหมือนมีตุ๊กตาอยู่หลายร้อยตัว และมีภาพเขียนของมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์ที่ผนังถ้ำ

ถ้ำที่สามที่เป็นเหมือน Highlight คือ “ถ้ำผีแมน” เพราะที่นี่เป็นถ้ำที่มีโลงผีแมน โลงศพของมนุษย์โบราณ และมีเศษซากเครื่องใช้โบราณด้วย พี่นาเล่าว่ามนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000 ปีมาแล้วจะใช้ถ้ำที่หนึ่งและถ้ำที่สองเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถ้ำที่สามนี้จะใช้เพื่อไว้โลงศพ กว่าจะเห็นบริเวณที่ไว้โลงผีแมนได้ ก็ต้องปีนบันไดที่สูงชัน และต้องคอยหลบขี้นกนางแอ่นที่อาจจะตกใส่ได้ทุกเมื่อ ระหว่างที่ล่องแพจากถ้ำที่สองมาถ้ำที่สามต้องหาผ้า หรือถุงพลาสติกคลุมหัวกันขี้นก

ช่วงบ่ายไปเที่ยวบ้านแม่ละนา ระหว่างทางเห็นข้าวออกรวงสีเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง ตัดกับสีของท้องฟ้า ทางค่อนข้างสูงชันเหมือนกัน ระยะทางไปบ้านแม่ละนา 16กิโลเมตร (แม้ว) อีกเช่นกัน นอกจากจะเห็นธรรมชาติที่สวยงามสองข้างทางแล้ว เรายังได้เห็นวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขา ที่เย็นๆ ต่างจูงลูกจูงหลานพากันมาที่แท็งน้ำไม่ไกลจากค่ายทหารเพื่อมาซักผ้า อาบน้ำ ใช้ชีวิตเรียบง่าย

DSC_0184

เดินทางมาเรื่อยจนถึงวัดบ้านแม่ละนา และสนทนากับหลวงพี่ในวัดรูปหนึ่ง ซึ่งท่านก็ใจดียกน้ำเย็นเจี๊ยบมาให้ดื่ม ที่บ้านแม่ละนาเป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวไต ซึ่งอพยมมาจากพม่า ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทอผ้า ที่บ้านแม่ละนามีโฮมสเตย์ให้พักค้างคืนด้วย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สำคัญก็จะมีถ้ำแม่ละนา ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความยาวถึง 12 กิโลเมตร มีลำธารไหลผ่านตลอด

นักท่องเที่ยวที่มาปางมะผ้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ บ้างก็มากันเป็นคู่ หรือมากันทั้งครอบครัว เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติ อยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และต้องการสถานที่พักผ่อนแบบเงียบๆ แค่นอนฟังเสียงเพลงบรรเลงของสายลม ใบไม้ เสียงแมลงตัวน้อย นอนดูดาวบนฟ้า หรือนั่งดูหิ่งห้อยริมระเบียง เท่านี้ก็คุ้มค่ากับการเดินทางไกลในครั้งนี้แล้ว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s